เคล็ดลับการกรอกสมัครสินเชื่อเพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ

 

กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน

สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลการทำงานมากและจะมีการตรวจสอบโดยการติดต่อกลับมายังเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานที่เราแจ้งไว้ในใบสมัครเกือบทุกคน ว่าสามารถติดต่อผู้สมัครกู้และพิสูจน์ยืนยันได้ว่าผู้สมัครกู้มีการทำงานอยู่ที่ทำงานจริงๆ ทั้งเป็นการพิสูจน์ยืนยันการทำงานและกิจการของผู้สมัครกู้ ดังนั้นถ้าเรามีเบอร์โทรศัพท์โต๊ะทำงานก็ง่ายหน่อย ถ้าไม่มีก็ควรจะหาใส่เบอร์โทรศัพท์ของที่ฝ่าย/แผนก/หัวหน้าของเรา ที่เราสามารถเดินไปรับโทรศัพท์เมื่อสถาบันการเงินติดต่อมาได้ หรือถ้าไม่มีเลยก็ควรจะใส่เบอร์โทรศัพท์ฝ่ายบุคคลของบริษัทเพื่อให้ฝ่ายบุคคลยืนยันการทำงานของเราได้จริงๆ

กรอกเบอร์โทรศัพท์บ้าน

เบอร์โทรศัพท์บ้านจะช่วยยืนยันว่าผู้สมัครกู้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และสามารถติดต่อได้ง่าย ทำให้มั่นใจและอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ถ้าเราไม่มีเบอร์โทรศัพท์บ้านก็อาจจะใส่เบอร์โทรศัพท์บ้านที่อยู่ของหอพัก/เพื่อนบ้านได้ และแจ้งเอาไว้ก่อน ในกรณีสถาบันการเงินมีการสุ่มติดต่อมาที่เบอร์โทรศัพท์บ้านของเราจะได้มีผู้รับและแจ้งรายละเอียดแทนได้ว่า เรามีการอยู่อาศัยในบริเวณนี้จริงๆ และสามารถติดต่อได้

เซ็นต์ลายเซ็นต์ให้เหมือนกัน ในหน้าใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล และสำเนาบัตรประชาชน

อีกหนึ่งประเด็นที่จะทำให้ถูกปฎิเสธสินเชื่อได้ง่ายๆเลยคือ เซ็นต์ลายเซ็นต์ไม่เหมือนกันในจุดสำคัญๆ ทั้งใบสมัครสินเชื่อ, หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลของเครดิตบูโรและสำเนาบัตรประชาชน เพราะเป็นกฎหมายว่าทั้ง 3 จุดนี้ต้องมีลายเซ็นต์ที่ตรงกัน และต้องเป็นลายเซ็นต์มือเท่านั้น ไม่สามารถสแกนแล้วส่งอีเมลล์หรือแฟกซ์ตามมาได้เลย

ไม่ขีดหรือเขียนอะไรทับสำเนาบัตรประชาชนตรงข้อมูลสำคัญ เช่น รูป เลขไอดี วันที่ออกบัตร และ วันหมดอายุ

เราสามารถเขียนระบุจุดประสงค์ว่าใช้สำหรับสินเชื่อสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินหนึ่งชัดเจนบนบัตรประชาชนได้ แต่ควรจะเขียนบนพื้นที่ว่าง หรือ ไม่เขียนทับข้อมูลสำคัญจนเจ้าหน้าที่อ่านไม่ออก เพราะจะทำให้ถูกปฎิเสธแน่ๆ ข้อมูลสำคัญบนสำเนาบัตรประชาชนเช่นรูปถ่ายบนสำเนาบัตรประชาชน ที่จะต้องเห็นชัดเจน, เลขบัตรประชาชน, วันออกบัตร, วันบัตรหมดอายุ

ตรวจสอบเอกสารประกอบการสมัครให้ครบ

สถาบันการเงินการเงินส่วนใหญ่จะขอเอกสารคล้ายๆกัน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, กรณีพนักงานประจำ สลิปเงินเดือน (บางที่ต้องใช้ตัวจริง/บางที่ใช้สำเนา) หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 2 เดือน นับจากเดือนปัจจุบัน), Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (แสดงยอดเงินเดือนเข้า 6 เดือนล่าสุด หรือ แสดงยอดเงินเข้าล่าสุดไม่เกิน 10 วันสำหรับเจ้าของกิจการ), กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 3 เดือน) /หจก./ หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า, สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้น (กรณีบริษัท คัดสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

เพิ่มสำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อเพิ่มรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือน และ สำเนาสลิปเงินเดือนเดือนที่มีโบนัส

กรณีพนักงานประจำมีรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือน เช่น ค่าโอที, ค่าคอมมิชชั่น ฯลฯ ที่แสดงอยู่ในสลิปเงินเดือน สามารถแนบสำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อแสดงให้สถาบันการเงินเห็นถึงว่าเรามีรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือนเท่าไหร่ สถาบันการเงินจะได้นับเข้ามารวมเป็นรายได้รวมกับรายได้ประจำของเรา กรณีเราได้โบนัสประจำปี เราสามารถแนบสลิปเงินเดือนที่มีโบนัสประจำปีไปพร้อมกับใบสมัครได้ เพื่อจะได้นำโบนัสเข้ามานับรวมเป็นรายได้ต่อเดือนของเรา ทำให้โอกาสอนุมัติสินเชื่อของเราสูงขึ้นและได้อนุมัติวงเงินที่สูงขึ้นอีกด้วย

รับโทรศัพท์ช่วงสมัครสินเชื่อ

ทุกครั้งที่ส่งใบสมัครเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุมัติ จะมีเจ้าหน้าที่โทรเข้ามาตรวจสอบยืนยันการสมัครกู้กับผู้สมัครทุกครั้ง เพื่อยืนยันตัวตนว่ามีการสมัครกู้เข้ามาจริงๆ และเพื่อเป็นการตรวจสอบว่าสามารถติดต่อผู้สมัครกู้ได้ ดังนั้นในช่วงที่เราสมัครกู้จะต้องมีการรับโทรศัพท์เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินติดต่อเข้ามาเพื่อตรวจสอบ ถ้าไม่มีผู้รับสาย อาจจะต้องรอคิวเป็นวันอื่นแทน หรือ อาจจะถูกปฐิเสธสินเชื่อได้เลยถ้าติดต่อไม่ได้เกิน 3 ครั้ง เพราะจะเป็นการแสดงว่าติดต่อผู้กู้ได้ยาก

บุคคลอ้างอิงควรจะเป็น ญาติ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ไม่ควรจะเป็นคู่สมรส

ทุกครั้งที่สมัครกู้ สถาบันการเงินจะสอบถามถึงบุคคลอ้างอิงเสมอเพราะ ในกรณีที่ติดต่อผู้กู้ไม่ได้ภายหลังการสมัครสินเชื่อไปแล้ว สถาบันการเงินอาจจะโทรมาหาบุคคลอ้างอิง เพื่อหาทางติดต่อผู้กู้ ดังนั้นการที่เราใส่บุคคลอ้างอิงเป็น ญาติ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง จะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการที่เราใส่บุคคลอ้างอิงเป็น เพื่อน เพราะอาจจะไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ได้ดีเท่า ญาติของเรา และให้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือของบุคคลอ้างอิงในใบสมัครด้วย

กรอกคำถามบนใบสมัครให้ครบ

ถ้าผู้สมัครตอบคำถามบนใบสมัครไม่ครบ จะถูกทำให้ เครดิตสกอร์ลดลงได้ และทำให้โอกาสในการได้รับอนุมัติเราลดลง แนะนำว่าให้กรอกข้อมูลให้ครบ เช่น พวก ลักษณะที่อยู่อาศัย/ประเภทที่อยู่อาศัย หรือ อาศัยอยู่มาแล้วกี่ปี ถ้าเรากรอกครบก็จะทำให้ข้อมูลของเราชัดเจนมากขึ้น และจะได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

เอบอร์โรว์คือผู้ช่วยหาสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับทุกความต้องการเงินกู้และคุณสมบัติของผู้กู้จากสถาบันการเงินชั้นนำ

1. กรอกความต้องการและคุณสมบัติ

เพียง 2 นาที เราจะแนะนำสินเชื่อตามคุณสมบัติของคุณ เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ

2. เลือกข้อเสนอสินเชื่อที่ถูกใจ

เลือกข้อเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยถูก วงเงินสูง จากหลากหลายสถาบันการเงิน

3. เจ้าหน้าที่ติดต่อและส่งเอกสาร

นัดหมายรับส่งเอกสารและรอรับเงินกู้ได้เลย สะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

4. รับบัตรของขวัญเมื่อได้อนุมัติ

เพียงแจ้งผลอนุมัติรับบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 100 บาทได้เลย

ทดลองคำนวนสินเชื่อ

สมัครเลยวันนี้ เลือกข้อเสนอเงินกู้ที่ดีที่สุด

จากหลากหลายสถาบันการเงิน

ติดต่อเรา

คุยกับที่ปรึกษาด้านสินเชื่อของเรา หรือบอกความต้องการของคุณเพื่อรับการติดต่อกลับ โทรศัพท์: 02 116 8671 Line: @aborrow