เจ้าของกิจการขนาดเล็กต้องการกู้เงิน กู้สินเชื่ออะไรได้บ้าง

 

เราเชื่อว่าทุกเจ้าของกิจการต้องการให้กิจการของตัวเองขยับขยาย ใหญ่ขึ้น รุ่งเรืองขึ้นไปทุกวันๆอยู่แล้ว แต่ด้วยทุนที่มีอยู่จำกัดสำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กจึงมักเป็นปัญหาสำคัญในการที่จะขยายธุรกิจ แล้วมันมีทางเลือกอะไรให้เจ้าของกิจการขนาดเล็กที่จะสามารถเลือกกู้มาเพื่อขยับขยายกิจการกันได้บ้าง วันนี้จะขออธิบาย 5 ทางเลือกกู้สินเชื่อเพื่อมาให้เลือกกันได้เลย

1. สินเชื่อส่วนบุคคล (สินเชื่อเงินสด/บัตรกดเงินสด)

การเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล นั้นข้อเด่นๆ เลยก็คือเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆเลยในการกู้สินเชื่อ ถือได้ว่าเป็นสินเชื่อประเภทที่สมัครง่ายที่สุด ใช้เอกสารไม่มาก ไม่ยุ่งยาก แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขในการสมัคร เช่นต้องมีการจดทะเบียนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของและการประกอบธุรกิจของเจ้าของกิจการ และใช้เพียงเอกสารแสดงรายได้ประกอบการสมัครเท่านั้นคือ ใบจดทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท และ bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อใช้ในการประเมินรายได้ของเราเท่านั้นเอง ก็จะสามารถสมัครกู้และรู้ผลได้เร็วภายในไม่กี่วันทำการกู็จะรู้ผลแล้ว  แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขในการสมัคร เช่นต้องมีการจดทะเบียนเท่านั้น และจดมาอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไปเพื่อแสดงถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตัวเจ้าของธุรกิจ และยิ่งมีเงินหมุนเวียนในบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ยิ่งมีมากยิ่งดี เพราะเป็นการแสดงถึงรายได้ของกิจการของเราและทำให้ได้รับวงเงินกู้สูงขึ้นด้วยเพราะ วงเงินที่เราสามารถได้รับจะอยู่ในช่วง 3 – 5 เท่าของรายได้ของเราต่อเดือน ดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 10 – 28% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) ขึ้นอยู่กับวงเงินและรายได้ของผู้กู้ รวมถึงโปรโมชั่นสินเชื่อในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย สินเชื่อส่วนบุคคลมีให้เลือก 2 แบบได้แก่ สินเชื่อเงินสด คือ ได้รับเป็นเงินก้อนและทยอยผ่อนชำระเท่าๆกันทุกเดือน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีวงเงินที่สูงกว่าแบบ บัตรกดเงินสด คือเป็นบัตรที่ไว้กดเงินสดมาใช้เมื่อต้องการและจะจ่ายคือมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ในแต่ละเดือน (แต่ต้องไม่น้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 3 – 5%)

2. กดเงินสดจากบัตรเครดิต

บัตรเครดิตสามารถนำมาใช้เป็นเงินฉุกเฉินได้และไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ เหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะสามารถนำบัตรเครดิตไปกดเงินสดได้จากตู้เอทีเอ็มได้เลย ถึงแม้ว่าจะมีดอกเบี้ยเพียง 20% ต่อปี แต่จะมีค่าธรรมเนียมกดเงินสดทันที 3% ของวงเงินที่กดออกมาใช้ ดังนั้นจึงอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในระยะสั้นๆ เมื่อเทียบกับบัตรกดเงินสดที่ไม่มีค่าธรรมเนียมอันนี้ และวงเงินในบัตรเครดิตที่มักจะน้อยกว่าสินเชื่อเงินสด และยังมีเงื่อนไขในการชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดที่ใช้ ทำให้กดเงินสดจากบัตรเครดิตนั้นอาจจะเหมาะกับการกดเงินสดที่ใช้ในฉุกเฉินมากกว่าการนำไปเป็นเงินทุนขยายกิจการ เพราะด้วยวงเงินที่น้อยและการชำระคืนที่สูงจะทำให้กิจการมีปัญหาสภาพคล่องได้ง่ายๆในภายหน้า

3. รถแลกเงิน หรือ จำนำทะเบียนรถ

ถ้าเจ้าของกิจการขนาดเล็กต้องการได้รับวงเงินที่สูงขึ้นมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและมีรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็จะสามารถเลือกสมัครกู้สินเชื่อรถแลกเงินได้ เพราะจะได้รับวงเงินสูงตามราคากลางรถยนต์ และได้รับเงินเร็วภายใน 1 – 3 วันทำการเหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยก็จะถูกกว่าเพราะถือว่าเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เริ่มตั้งแต่ 6% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยคงที่) รวมถึงจะมีเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อที่ง่ายกว่าสินเชื่อเงินสดอีกด้วยจึงเหมาะกับเจ้าของกิจการที่อายุกิจการยังไม่นานพอ หรือเงินหมุนน้อยกว่าเกณฑ์สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล หรือ ถ้าสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่ได้จดทะเบียน หรือเงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อย หรือแม้กระทั่งติดบูโร ก็สามารถเลือกใช้สมัครกู้สินเชื่อประเภทจำนำทะเบียนรถกับบริษัทลีซซิ่งแทนก็ได้ ถึงแม้ว่าวงเงินกู้จะน้อยกว่าจากธนาคาร และดอกเบี้ยที่สูงกว่า แต่ด้วยการอนุมัติที่ไม่ตรวจสอบรายได้และเครดิตบูโร ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กได้ แต่สินเชื่อประเภทนี้ถึงแม้ว่าวงเงินจะสูง แต่ก็มีข้อเสียคือการจะปิดบัญชีก่อนกำหนดนั้นไม่ยืดหยุ่นเท่าสินเชื่อส่วนบุคคล จึงไม่เหมาะกับการกู้มาใช้ในระยะสั้นๆ

4. บ้านแลกเงิน

ถ้าเจ้าของกิจการต้องการกู้สินเชื่อวงเงินสูงๆ ผ่อนน้อยๆ ยาวๆ บ้านแลกเงินก็ดูจะเหมาะสมที่สุด เพราะจะมีวงเงินสูงถึง 90% ของราคาหลักประกัน  ทำให้สามารถที่จะกู้เป็นหลักล้านบาทได้ง่ายๆ และมักจะกำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำที่ 500,000 บาท เพราะว่าเป็นสินเชื่อที่มีขั้นตอนมากมายทั้งประเมินราคาหลักประกัน นัดทำเรื่องจดจำนองที่กรมที่ดิน จึงมีเกณฑ์วงเงินกู้ขั้นต่ำที่สูง แต่ด้วยระยะเวลาผ่อนที่อาจจะเลือกได้นานสูงสุดถึง 30 ปี ทำให้ค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนไม่สูงมาก ทำให้ภาระหนี้และสภาพคล่องของกิจการไม่เป็นปัญหากับเรามากนัก และด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด เริ่มต้นเพียง 7% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) จึงเหมาะกับการขยายธุรกิจมากที่สุด และยังสามารถรีไฟแนนซ์เพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยที่ลดลงได้หลังจาก 3 ปีแรกอีกด้วย

5. ขายฝาก

สำหรับเจ้าของกิจการที่มีเงื่อนไขไม่ตรงเกณฑ์ของสถาบันการเงินเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเป็นธุรกิจใหม่, ไม่ได้จดทะเบียนทั้งการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท, เงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อยหรือไม่ค่อยได้มาฝากเงินในธนาคาร หรือมีประวัติค้างชำระหนี้อยู่ในเครดิตบูโร ทำให้ไม่สามารถกู้สินเชื่อกับทางสถาบันการเงินได้ แต่พอมีหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน,คอนโด,ตึกแถว,ที่ดิน,โรงงาน,โรงแรม ที่พอจะนำมาเป็นหลักประกันได้ ก็ยังมีทางเลือกขายฝากอยู่อีก เพราะว่าจะมีนายทุนที่ทำธุรกิจขายฝาก ซึ่งเหมือนกับการปล่อยกู้คือ การขายและมีสิทธิซื้อคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน ดังนั้นเสมือนกับ ผู้กู้รับเงินกู้ไป 50 -70% ของราคาหลักประกัน และมีสิทธินำเงินต้น บวก ดอกเบี้ย 1 – 2% ต่อเดือนมาไถ่หลักประกันคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน เช่น 1 หรือ 2 ปี

พอรู้ทางเลือกแบบนี้แล้ว ต้องการจะเลือกสมัครสินเชื่อแบบไหนก็ลองสมัครได้เลยที่นี่

ติดต่อเรา

คุยกับที่ปรึกษาด้านสินเชื่อของเรา หรือบอกความต้องการของคุณเพื่อรับการติดต่อกลับ Email: contact@aborrow.com Line: @aborrow