สถาบันการเงินใช้อะไรพิจารณาอนุมัติ สินเชื่อส่วนบุคคล

สถาบันการเงินจะพิจารณาข้อมูลของผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อนำมาคำนวน คะแนนในการสมัครกู้ ว่าจะผ่านเกณฑ์ในการอนุมัติของสถาบันการเงินหรือไม่ หรือจะอนุมัติวงเงินให้เท่าไหร่ ซึ่งสถาบันการเงินก็คงทำการพิจารณาข้อมูลจากหลายๆด้านเพื่อประเมินว่าถึง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน/รายได้ ความสามารถในการชำระหนี้คืน ภาระหนี้สินต่างๆ และความรับผิดชอบในการชำระหนี้ ดั้งนั้นผู้สมัครกู้ควรทำความเข้าใจ ประเด็นต่างๆที่สถาบันการเงินจะนำมาใช้ในการคำนวนคะแนนการสมัครกู้ก่อน เพื่อที่จะได้รับข้อเสนอสินเชื่อที่ดีที่สุดสำหรับผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

  1. เกณฑ์ขั้นต่ำของคุณสมบัติของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

สถาบันการเงินจะนำข้อมูลคุณสมบัติของผู้สมัครมาพิจารณาว่าผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้นของธนาคารหรือไม่ เพราะถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ สถาบันการเงินจะไม่ทำการพิจารณาให้เลย ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสถาบันการเงิน/ธนาคาร ทำความเข้าใจคุณสมบัติของผู้สมัครเพิ่มเติมได้ทีนี่

 

  1. ข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

สถาบันการเงินจะนำข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆของ ผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล โดยพิจารณาเพิ่มเติมจาก อายุ การศึกษา สถานภาพการสมรส จำนวนลูก ประเภทที่อยู่อาศัย ความเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย และบุคคลอ้างอิง  เพราะข้อมูลพวกนี้แสดงถึง ความมั่นคงในหน้าที่การงาน/รายได้ และความรับผิดชอบของผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลได้ในระดับนึง นอกจากนี้ยังพิจารณาว่า มีเบอร์โทรศัพท์สามารถติดต่อได้ที่บ้านและที่ทำงานหรือไม่ โดยต้องสามารถติดต่อเบอร์มือถือได้ เป็นเงื่อนไขอันดับต้นๆของสถาบันการเงินอยู่แล้ว ถ้าสถาบันการเงินติดต่อเบอร์มือถือไม่ได้ ก็จะไม่อนุมัติสินเชื่อให้แน่ๆ แต่ส่วนเบอร์โทรศัพท์บ้านและที่ทำงานนั้น แล้วแต่เกณฑ์ของสถาบันการเงินเลย ว่าจะอะลุ่มอล่วยให้หรือไม่ แต่ถ้ามีเบอร์โทรศัพท์ทั้งบ้านและที่ทำงานจะเป็นการดีที่สุด เพราะสถาบันการเงินจะพิจารณาว่าสามารถติดต่อผู้กู้ได้ง่าย

 

  1. ข้อมูลการทำงาน ของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

  • อาชีพการทำงานของผู้กู้มีผลสำคัญต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะหมายถึงความมั่นคงของรายได้และความสามารถในการชำระหนี้คืนสถาบันการเงินนั่นเอง ซึ่งประเภทอาชีพอาจจะแบ่งได้หลายประเภท เช่น พนักงานประจำ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, ข้าราชการ ที่สถาบันการเงินจะพิจารณาให้คะแนนสูง เพราะมีความมั่นคงในหน้าที่การงานสูง มีหลักฐานเอกสารสลิปเงินเดือนแสดงรายได้ที่ชัดเจน และอัตราการเปลี่ยนงานต่ำที่สุด ในขณะที่พนักงานรายวัน, พนักงานชั่วคราว หรือบางประเภทตำแหน่งงานเช่น แม่บ้าน, รปภ., พนักงานขับรถ, พนักงานส่งเอกสาร, หรือพนักงานที่รับเงินเดือนเป็นเงินสด จะมีเฉพาะสถาบันการเงินที่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะให้คะแนนน้อยแก่ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ เพราะมีอัตราการเปลี่ยนงานที่สูงและ มีหลักฐานแสดงรายได้ที่ตรวจสอบยากกว่า สำหรับเจ้าของกิจการเช่นกัน ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่จดทะเบียน มีหนังสือรับรองบริษัท, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, หรือมีใบทะเบียนการค้า จะมีคะแนนสูงกว่า เจ้าของกิจการที่ไม่จดทะเบียนหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ เพราะไม่มีเอกสารจากภาครัฐมารับรองกิจการ
  • ตำแหน่งงานและประเภทกิจการ ถ้าตำแหน่งงานระดับสูง ก็จะได้คะแนนมากกว่า เพราะแสดงถึงความมั่นคงในหน้าที่การงานมากกว่า ประเภทกิจการก็เช่นกันว่า ถ้าเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง ทั้งเจ้าของกิจการและพนักงานก็จะมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้มากกว่า และก็จะมีคะแนนที่ต่ำกว่านั่นเอง
  • อายุงาน หรือ อายุกิจการ ซึ่งแสดงถึงความมั่นคงในรายได้ของผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลว่า ทำงานจนพ้นช่วงการทดลองงานแล้วหรือยัง หรือ มีประสบการณ์ในธุรกิจที่ทำมานานขนาดไหน เพราะถ้าอายุงานยิ่งมาก ยิ่งแสดงถึงความมั่นคงในอาชีพการงานและรายได้ ดังนั้นสถาบันการเงินจะพิจารณาให้คะแนนที่สูงขึ้นเช่นกัน

 

  1. รายได้ต่อเดือน ของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

รายได้ต่อเดือนของผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้คืนของผู้กู้ ว่าควรได้รับวงเงินอนุมัติเท่าไหร่ ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้คืนของผู้กู้นั่นเอง แต่การคำนวนรายได้นั่นสถาบันการเงินจะพิจารณาจากเอกสารประกอบเท่านั้น ดังนั้นผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล ควรเตรียมรวบรวม เอกสารแสดงราย ได้ให้พร้อมเพื่อประกอบการ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

 

  1. ภาระหนี้สิน ของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

สถาบันการเงินจะขอดูข้อมูลเครดิตของผู้สมัครกู้สินเชื่อส่วนบุคคลจากเครดิตบูโร ซึ่งในข้อมูลเครดิตจะแสดงว่าผู้สมัครมีหนี้สินทุกประเภท (สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถ, บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล) เท่าไหร่ และมีภาระผ่อนชำระต่อเดือนเท่าไหร่ ซึ่งสถาบันการเงินจะนำมาคำนวนว่าผู้กู้ยังพอมีความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มเติมได้อีกเท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อว่า ผู้สมัครจะได้รับวงเงินอนุมัติสินเชื่อเท่าไหร่ มากหรือน้อย และควรจะได้ระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นหรือยาว เพื่อให้ภาระยอดผ่อนชำระ ยังอยู่ในระดับที่ผู้กู้สามารถผ่อนได้ ซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะพิจารณาว่า ยอดผ่อนชำระหนี้สินต่อเดือนของผู้กู้ ไม่ควรที่จะเกิน 40 – 50% ของรายได้ต่อเดือน เพราะถ้าสูงกว่านี้จะแสดงว่าผู้สมัครมีภาระหนี้ที่สูงเกินไปและมีความเสี่ยงที่ผู้กู้จะไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สินได้

 

  1. ประวัติการชำระหนี้ ของผู้สมัคร สินเชื่อส่วนบุคคล

 

ข้อมูลเครดิตของผู้สมัครยังแสดงประวัติการชำระหนี้สินต่างๆ ของผู้สมัครสินเชื่อ ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมาว่า มีการชำระหนี้สินต่างๆ ตรงเวลาหรือล่าช้าในเดือนไหนบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผู้สมัครกู้ ที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ตรงเวลา และมีประวัติการชำระหนี้ยาวนานด้วยนั้น จะแสดงถึงความรับผิดชอบต่อหนี้สินของผู้สมัครกู้ได้ดี และย่อมมีคะแนนการสมัครกู้ที่สูงตามไปด้วย และข้อมูลเครดิตยังแสดงว่า ผู้สมัครกู้มีการค้างชำระหนี้สิน ณ ปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะไม่ทำการอนุมัติสินเชื่อใหม่ให้แก่ผู้ที่มีการค้างชำระหนี้สิน ณ ปัจจุบัน เพราะมีความเสี่ยงที่ผู้สมัครจะไม่สามารถชำระหนี้คืนที่สูง นอกจากนี้ข้อมูลเครดิตยังแสดงด้วยว่าผู้สมัครกู้ มีประวัติการปรับโครงสร้างหนี้/ประนอมหนี้ หรือไม่ ซึ่งแสดงว่าผู้สมัครได้มีการค้างชำระหนี้เป็นเวลาหลายงวดและได้ทำการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินมาแล้ว ซึ่งสถาบันการเงินจะระมัดระวังในการอนุมัติ สินเชื่อส่วนบุคคล ใหม่ให้แก่ผู้ที่มีประวัติการปรับโครงสร้างหนี้ นอกเสียจากผู้สมัครจะได้ทำการผ่อนชำระและปิดบัญชีหนี้ที่ได้เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้เรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินถึงอาจจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อใหม่ให้

 

หลังจากสถาบันการเงินรวบรวมข้อมูลต่างๆของผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลครบถ้วน สถาบันการเงินอาจจะทำการตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัคร จากแห่งต่างๆ เช่นที่ทำงาน ว่าข้อมูลที่ได้รับถูกต้องหรือไม่ ก่อนกำการอนุมัติในขั้นสุดท้าย ดังนั้นควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องในการ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล แก่สถาบันการเงิน และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว อย่าลืมผ่อนชำระสินเชื่อตามที่ได้สัญญาไว้ด้วย เพราะจะเป็นการสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีให้กับตัวเอง เพื่อที่จะสามารถกู้สินเชื่อที่สำคัญ เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถ, สินเชื่อธุรกิจ ได้ในอนาคตด้วยนั่นเอง

ติดต่อเรา

คุยกับที่ปรึกษาด้านสินเชื่อของเรา หรือบอกความต้องการของคุณเพื่อรับการติดต่อกลับใน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์: 02 116 8671
Line: @aborrow