ขอกู้สินเชื่อเงินสด หรือจะเอารถแลกเงิน แบบไหนจะดีกว่ากัน

ต้องการเงินก้อน จะขอกู้สินเชื่อเงินสดหรือรถแลกเงิน แบบไหนจะประหยัดดอกเบี้ยมากกว่ากัน

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วต้องการเงินสดเป็นก้อนขึ้นมา สำหรับผู้ที่มีรถยนต์ปลอดภาระอยู่แล้วอาจจะลังเลว่า จะเลือกกู้รถแลกเงินดีหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าดอกเบี้ยจะถูกกว่า หรือว่าจะขอสินเชื่อเงินสดดี ซึ่งดูไม่ยุ่งยากแต่เหมือนอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่า ตกลงแบบไหนจะดีกว่ากัน วันนี้เราลองมาในรายละเอียดกัน

ปัจจุบันมีสถาบันการเงินและบริษัทไฟแนนซ์มากมาย ที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ในลักษณะของการเปลี่ยนรถให้เป็นเงิน โดยลักษณะของสินเชื่อประเภทนี้ก็คือการที่ผู้กู้มีรถยนต์เป็นของตัวเองที่ผ่อนหมดแล้วและเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ของผู้กู้ แต่เมื่อต้องการเงินก้อน ก็สามารถนำรถยนต์ไปผ่านกระบวนการขอสินเชื่อ และยังสามารถใช้รถยนต์คันเดิมได้ตามปกติแล้วผ่อนจ่ายรายเดือนต่อไป

ประเด็นที่เจ้าของรถส่วนใหญ่จะมองก็คืออัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าตัวเลขที่ต่ำ (10% – 17% ต่อปี) น่าจะหมายถึงภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทั้งหมดน่าจะต่ำกว่าการขอสินเชื่อประเภทสินเชื่อเงินสดที่สูงถึง 28% ต่อปี เลยมักจะนิยมนำรถยนต์ไปขอสินเชื่อประเภทรถแลกเงินแทนที่จะเป็นสินเชื่อเงินสด ซึ่งในหลายๆกรณีนั้นอาจเป็นเป็นความคิดที่ผิด

บางคนอาจจะสงสัยว่า อัตราดอกเบี้ยของการเอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์ทำไมสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยซื้อรถยนต์ใหม่ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3% – 5% เท่านั้น สาเหตุเพราะการขายรถยนต์ใหม่นั้น บริษัทขายรถยนต์จะมีบริษัทไฟแนนซ์ในเครือที่คอยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้เกิดยอดขายที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการรวมของบริษัทในเครือ และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เนื่องจากรถยนต์ใหม่มีความต้องการในตลาดสูงกว่ารถยนต์มือสอง ความเสี่ยงย่อมต่ำกว่า ยิ่งรถมีอายุมากขึ้นการเสื่อมสภาพก็ยิ่งมีมากและความเสี่ยงของสถาบันการเงินก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้อัตราดอกเบี้ยของการนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์จึงสูงตามไปด้วย

เอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์ หรือรถแลกเงินนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อให้ได้เงินสดเป็นก้อนออกมา ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตัดสินใจดำเนินการในลักษณะนี้แม้ตัวเองจะทำงานมั่นคงมีรายได้ประจำอยู่แล้วนั้น อาจจะเพราะมองว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ด้วยยี่ห้อของรถและอายุของรถเมื่อได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่ 12% ต่อปี ก็อาจจะเห็นว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตรา 28% ของสินเชื่อเงินสดเป็นแน่

แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราดอกเบี้ยของการนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์นั้น จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (flat rate) ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงนั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แสดงอยู่ประมาณ 1.8 เท่า ทั้งนี้การคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่นั้น จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่สำหรับวงเงินกู้นั้นๆ ตลอดระยะเวลาของการกู้

ตัวอย่างเช่นหากต้องการกู้เงินจำนวน 200,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี ด้วยการนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ที่อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี จำนวนดอกเบี้ยทั้งหมดคือ
200,000 x 0.12 x 2 = 48,000 บาท

เมื่อนำดอกเบี้ยมารวมเงินต้น แล้วหารด้วยระยะเวลา 2 ปี (24 เดือน) จะได้เงินงวดการผ่อนต่อเดือนเป็น
248,000 / 24 = 10,333 บาท ต่อเดือน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปกับสินเชื่อประเภทนี้ด้วย นั่นคือจากยอดชำระข้างต้น จะมีการบวก VAT เพิ่มเข้าไปอีก 7% (สำหรับกรณีโอนเล่มทะเบียน) ทำให้ยอดเงินผ่อนที่แท้จริงคือ

10,333 x 1.07 = 11,056 บาท ต่อเดือน

นอกจากนี้แล้ว การขอสินเชื่อด้วยการนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์แล้วต้องมีการโอนทะเบียน(สำหรับกรณีโอนเล่มทะเบียน) เราจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งค่าโอนทะเบียนครั้งแรกหลังได้รับอนุมัติสินเชื่อ และค่าโอนทะเบียนกลับเป็นของเราเองเมื่อผ่อนชำระหมดแล้วอีกด้วย

ขอสินเชื่อเงินสด ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

ในส่วนของการขอสินเชื่อเงินสดนั้น จะมีความตรงไปตรงมามากกว่า โดยการขอสินเชื่อประเภทนี้จุดเด่นคือการได้รับเงินก้อน แล้วผ่อนจ่ายรายเดือนในแต่ละงวดที่เท่าๆกัน โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ไม่ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิในทรัพย์สินเช่นรถยนต์เหมือนกรณีข้างต้น

จุดเด่นอีกประการหนึ่งก็คือการคำนวนอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ดังนั้นแม้อัตราดอกเบี้ยจะดูสูงกว่าสินเชื่อประเภทไฟแนนซ์รถยนต์ แต่หากเทียบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแล้ว จะพบว่ามีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ามาก

และที่สำคัญที่สุด หากเรามีเงินก้อนเพื่อที่จะปิดยอดหนี้ เราสามารถกระทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเปรียบในเรื่องของดอกเบี้ยแต่อย่างใด (ทั้งนี้สินเชื่อเงินสดอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมปิดบัญชีบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับข้อสัญญาของผู้ให้บริการสินเชื่อรายนั้นๆ)

เปรียบเทียบภาระการชำระหนี้ระหว่างสินเชื่อเงินสดกับการเอารถเข้าไฟแนนซ์

จากความแตกต่างในเรื่องของวิธีการคิดดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดขึ้นแล้ว เราลองมาพิจารณาเปรียบเทียบกรณีการขอสินเชื่อเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท และต้องการชำระคืนในระยะเวลา 2 ปี ว่าการขอสินเชื่อเงินสดกับการนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์ จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

สำหรับการเปรียบเทียบครั้งนี้ สมมุติให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินสดอยู่ที่ 28% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ยของการนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์อยู่ที่ 12% ต่อปี สำหรับยี่ห้อหรือรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยม หรือเป็นรถมีอายุมาก

รายละเอียด นำรถเข้าไฟแนนซ์ 12% สินเชื่อเงินสด 28%
เงินต้น 200,000 200,000
ดอกเบี้ยคิดล่วงหน้า 48,000 0
ยอดรวม 248,000 200,000
VAT 17,360 0
ยอดรวมทั้งสิ้น 265,360 200,000
งวดที่ ผ่อนเดือนละ ผ่อนเดือนละ
1 11,056.67 11,010
2 11,056.67 11,010
3 11,056.67 11,010
4 11,056.67 11,010
5 11,056.67 11,010
6 11,056.67 11,010
7 11,056.67 11,010
8 11,056.67 11,010
9 11,056.67 11,010
10 11,056.67 11,010
11 11,056.67 11,010
12 11,056.67 11,010
13 11,056.67 11,010
14 11,056.67 11,010
15 11,056.67 11,010
16 11,056.67 11,010
17 11,056.67 11,010
18 11,056.67 11,010
19 11,056.67 11,010
20 11,056.67 11,010
21 11,056.67 11,010
22 11,056.67 11,010
23 11,056.67 11,010
24 11,056.67 11,009.05
ยอดรวม 265,360 264,239.05

จะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยของไฟแนนซ์ซึ่งคิดแบบคงที่ ที่อัตรา 12% ต่อปีนั้น ด้วยยอดเงินสดที่ได้รับมาเท่ากัน ยอดเงินผ่อนในแต่ละเดือนก็เทียบได้กับการผ่อนสินเชื่อเงินสดที่อัตราดอกเบี้ย 28% ต่อปีเลยทีเดียว ดังนั้นหากสินเชื่อเงินสดมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านี้ ก็ย่อมเทียบเคียงได้กับการผ่อนรถยนต์ที่อัตราต่ำกว่านี้ได้เช่นกัน

จากตัวเลขข้างต้น สามารถประมาณการได้เลยว่า หากอัตราดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถยนต์ต่ำกว่า 12% ต่อปี ถึงจะประหยัดกว่าการกู้สินเชื่อเงินสดที่ 28% ต่อปี แต่หากอัตราดอกเบี้ยสูงกว่านี้ การกู้สินเชื่อเงินสดย่อมจะประหยัดดอกเบี้ยกว่ามาก

ทั้งนี้การคำนวนข้างต้นยังไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆในการโอนทะเบียนรถยนต์ไปยังไฟแนนซ์และกลับมาเป็นของผู้กู้เมื่อชำระหนี้ครบถ้วนอีกด้วย

บทสรุป

หากท่านมีทรัพย์สินเป็นรถยนต์แล้วต้องการขอสินเชื่อเป็นเงินก้อน การมองว่าดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อเงินสดอาจจะไม่จริงเสมอไป เพราะการคิดดอกเบี้ยเป็นคนละแบบกัน แถมสินเชื่อเงินสดไม่มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปยังเงินทั้งก้อนอีกด้วย

– ที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินสด 28% ต่อปี เทียบได้กับการขอไฟแนนซ์รถยนต์ที่อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี
– สินเชื่อเงินสดไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นๆแอบแฝง ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องสร้างภาระผูกพันธ์ให้กับทรัพย์สินของเรา
– จะเลือกใช้สินเชื่อรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยควรต่ำมากๆ เทียบเคียงได้กับการนำเอาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินสดมาหารด้วย 2.1 โดยประมาณ (เนื่องจากมีภาษีมูลค่าเพิ่มมาเกี่ยวข้อง)

หมายเหตุ

  1. การคำนวนอัตราการผ่อนคงที่สำหรับการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกใช้สมการคณิตศาสตร์ในการคำนวน ซึ่งจะเป็นสมการเศษส่วนยกกำลัง และคำนวนดอกเบี้ยเป็นรายวันตามปฏิธินที่แต่ละเดือนมีจำนวนวันไม่เท่ากัน
  2. การคำนวนต่างๆข้างต้น เป็นการประมาณการคร่าวๆเท่านั้น กรุณาอย่านำตัวเลขเหล่านี้ไปโต้แย้งกับสถาบันการเงินที่ท่านใช้บริการอยู่

ติดต่อเรา

คุยกับที่ปรึกษาด้านสินเชื่อของเรา หรือบอกความต้องการของคุณเพื่อรับการติดต่อกลับใน 24 ชั่วโมง
โทรศัพท์: 02 116 8671
Line: @aborrow